...[PSE]Chapter02 : the Angelic Chaser...

posted on 21 Jul 2013 11:00 by nameless-memories
เอนทรีนี้เป็นส่วนหนึ่งของ

 
.
 
.
 
.
 
.
 
.
 
 
ELYSIAN : Chapter 2 
 
- the Angelic Chaser -
 
 
 
...ดูเหมือนว่าเรื่องยุ่งยากน่าปวดหัวจะยังไม่จบลงง่ายๆ อย่างที่คิด...
 
 
    ผมแตะมือลงกับวัตถุสีดำสนิทซึ่งโอบล้อมรอบคอผมไว้มาได้สักระยะหนึ่งจนถึงตอนนี้ ราวกับว่าสิ่งนั้นได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายไปแล้วอย่างแผ่วเบา 
          ใช่แล้ว...มันยังอยู่...ปลอกคอที่นำพาเรื่องยุ่งยากทั้งหมดทั้งมวลรองลงมาจากม้วนเทปปริศนานั่นยังถูกใส่ไว้ที่คอผมอย่างแน่นหนา
 
        หลังจากที่ผมได้ส่งชื่อผู้ต้องสงสัยว่าเป็นผู้ส่งเทปตลับนั้นมาให้แล้ว สิ่งที่ผมได้รับจากการเฝ้ารอหลังจากที่เวลาล่วงเลยผ่านมาหลายอาทิตย์ก็คือ การที่ได้รับรู้ว่า...เทวทูตผู้นั้นหลบหนีไปได้ และผมก็ต้องกลายเป็นผู้ที่มารับตำแหน่ง 'ผู้ต้องสงสัย' แทนเขา
 
 
...ช่างน่ายินดีอะไรเช่นนี้...
 
 
    นับวัน...เหล่าเทวทูตในเอลีเชี่ยนก็ยิ่งรู้เรื่องเกี่ยวกับสถานะของผมในตอนนี้มากยิ่งขึ้นจนเหมือนกับว่ามันกลายเป็นเรื่องพูดคุยกันไปเสียสนุกปาก แต่ผมไม่สนใจหรอกว่าใครจะมองผมแบบไหน จะเชื่อหรือไม่เชื่อผมยังไง สิ่งที่ผมสนใจมากที่สุดในตอนนี้ก็คือ ทำยังไงผมถึงจะได้กลับไปใช้ชีวิตเงียบๆ แบบปกติสุขเหมือนเดิมมากกว่า จากนี้ไป ผมจากต้องเจออะไรอีกบ้าง...กว่าที่เรื่องอันแสนน่าเบื่อนี้จะปิดฉากลง
 
 
+++++++++++++++++++++++++++
 
 
    ผมก้มลงมองแผ่นกระดาษที่ถูกเลื่อนมาตรงหน้า ก่อนจะเหลือบตาขึ้นมองอีกฝ่ายซึ่งนั่งอยู่อีกฟากฝั่งของโต๊ะ...หัวหน้าหน่วยที่ผมสังกัดอยู่ ผู้ซึ่งเรียกผมเข้าพบเป็นการส่วนตัวเมื่อครู่...อัครเทวทูตรากูเอล...
         "ฟังให้ดีนะ เรื่องนี้ต้องเก็บเป็นความลับ อ่านสิ่งที่เธอต้องทำ เสร็จแล้วทำลายกระดาษแผ่นนี้ทิ้งซะ อย่าให้พลาดล่ะ.." หลังจากสิ้นเสียงอันสุขุมและทรงอำนาจนั่น ผมก็หยิบกระดาษตรงหน้าขึ้นมาอ่าน
 
.
 
.
 
       ใช้เวลาไม่นาน...ผมก็อ่านข้อความในกระดาษแผ่นนั้นจนครบถ้วนทุกตัวอักษร แล้วจึงย้ายดวงตาสีอำพันของตนเองมาที่อัครเทวทูต รากูเอลอีกครั้ง
        "......รับทราบครับ" น้ำเสียงที่เปล่งออกไปนั้นราวกับจะตอบรับถ้อยคำในกระดาษมากกว่าผู้ซึ่งนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเสียอีก ผมลุกขึ้นโค้งทำความเคารพอัครเทวทูตรากูเอลเมื่อแน่ใจว่าเขาไม่มีธุระอะไรกับผมแล้ว ก่อนจะเดินไปที่ประตู
         "............" มือที่จับบานประตูชะงักค้าง ผมหันกลับมาทางร่างกำยำสมส่วนของอัครเทวทูตผู้นั้นอีกครั้งเมื่อนึกขึ้นได้ว่าตนหลงลืมอะไรบางอย่างไป
            "กระดาษนั่น...รบกวนทำลายให้ด้วยนะครับ เรื่องแค่นี้คงไม่หนักหนาสาหัสเกินไปสำหรับคุณหรอกใช่มั้ย?"
 
 
ถ้าเทียบกันแล้ว...มันไม่หนักหนาสาหัสอะไรเลยเมื่อเทียบกับสิ่งที่ผมต้องทำต่อจากนี้
 
 
     เนื้อความในกระดาษแผ่นนั้น...แม้จะเป็นข้อความสั้นๆ เพียงไม่กี่บรรทัด แต่สิ่งที่เขียนอยู่ในนั้นมันช่างยิ่งใหญ่มากเสียจนถึงขนาดที่ผมซึ่งไม่เคยลังเลต่อการปฏิบัติหน้าที่ของตนเองเลยสักครั้งยังต้องเก็บเอามาคิด
 
 
'สังหารเทพีไอริส'
 
 
          นั่นคือคำจำกัดความเนื้อหาทั้งหมดในกระดาษแผ่นนั้น...การที่จะบงการให้ฆ่าใครสักคนมันง่ายดายขนาดนี้เชียวหรือ? เพียงแค่เขียนลงไปในกระดาษแล้วยื่นให้ นี่กำลังนึกว่าใช้ให้ผมไปจ่ายตลาดหรือไง?...
          โดยไม่รู้ตัว...ผมแตะปลายนิ้วเข้ากับปลอกคอสีดำสนิทอีกครั้ง...รอยยิ้มเย้ยหยันฉายชัดขึ้นที่ริมฝีปากของตนเอง
 
 
มีความสามารถเพียงพองั้นหรือ? 
ก็แค่สัตว์เลี้ยงที่ถูกบังคับให้ใส่ปลอกคอเพื่อให้เชื่องและยอมทำตามคำสั่งก็เท่านั้น
...ช่างน่าสมเพชสิ้นดี...
 
 
+++++++++++++++++++++++++++
 
 
           ผมมีเวลา 7 วันในการปฏิบัติภารกิจนี้ และดูเหมือนว่าเทพีไอริสก็คงรู้ตัวแล้วว่าผมคือผู้รับหน้าที่เป็นเพชรฆาตเพื่อมาสังหารเธอ แต่ความฉลาดเฉียบแหลมของเธอนั้นเป็นที่เลื่องลือในเอลีเชี่ยน และแน่นอนว่าเธอได้ใช้คุณสมบัตินั้นประกอบกับความว่องไวของเธอหลบหนีจากเงื้อมมือผมไปได้ทุกครั้ง มีเพียงสัญลักษณ์ไม่คุ้นตากับข้อความปริศนาสั้นๆ ของเธอเท่านั้นที่เป็นสิ่งยืนยันร่องรอยการมีตัวตนอยู่ 
      แต่สัญลักษณ์รูปร่างแปลกๆ และข้อความของเทพีไอริสกลับนำมาซึ่งความยุ่งยาก ยิ่งผมไม่ใช่พวกที่ชอบเล่นเกมทดสอบปัญหาเชาว์เสียด้วย การถอดรหัสจากสิ่งเหล่านั้นจึงไม่ใช่เรื่องง่ายๆ สำหรับผม
          แต่ถึงอย่างนั้น...อะไรบางอย่างก็ทำให้ผมรู้สึกได้ว่าเธอคงไม่ได้ทิ้งปริศนาเหล่านั้นไว้เพียงเพื่อถ่วงเวลาผมจนครบ 7 วันแน่ๆ
 
 
หรือว่า...เธอมีอะไรที่อยากบอกหรือเปล่านะ?
 
 
    เมื่อคิดได้แบบนั้น ผมจึงวางมือจากการไล่ตามเทพีไอริส แล้วหันมาไล่ตามหาคำตอบจากสัญลักษณ์และข้อความที่เธอทิ้งไว้แทน ผมตัดสินใจแล้ว...หากว่ายังไม่อาจไขปริศนานี้ได้ ผมจะไม่ออกตามหาเธอ...ถึงแม้ว่าจะครบกำหนดเวลา 7 วันก็ตาม...
 
 
+++++++++++++++++++++++++++
 
 
 
           ผมเดินไปตามทางของเขตอุทยานอันคุ้นเคย สถานที่ในเอลีเชี่ยนซึ่งเต็มไปด้วยบรรดาต้นไม้ดอกไม้นานาพันธุ์ รวมถึงเป็นเขตที่ตั้งศาลสวรรค์ซึ่งเป็นที่ที่ผมทำงานอยู่ด้วย นี่ก็ผ่านมา 6 วันแล้วหลังจากที่ผมได้รับมอบหมายภารกิจให้มาสังหารเทพีไอริส ซึ่งนั่นก็หมายถึงว่านี่คือวันขีดเส้นตายในการปฏิบัติภารกิจให้สำเร็จลุล่วงนั่นเอง และตอนนี้ผมก็สามารถไขปริศนาที่เธอทิ้งไว้ตามที่ตั้งใจจนสำเร็จแล้วด้วย ...เหลือเพียงแค่สิ่งเดียวที่ต้องทำเท่านั้น
        ผมเดินเรียบเรื่อยไปตามทางเช่นทุกวัน...เพียงแต่วันนี้จุดหมายของผมกลับไม่ใช่ศาลสวรรค์ หากแต่เป็นอีกที่หนึ่งซึ่งผมมักเจอเธอบ่อยๆ ทั้งตอนที่เดินทางไปและกลับจากที่ทำงาน
 
 
...เทพีไอริส...*
 
 
         ร่างบอบบางในชุดกระโปรงสีขาวสะอาดตายื่นนิ่งอยู่ท่ามกลางหมู่มวลดอกไม้...ไม่ว่าจะเห็นสักกี่ครั้งก็ยังคงเป็นภาพงดงามเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน
            ราวกับเสียงเรียกชื่ออันแผ่วเบาภายในใจของร่างสูงถูกสายลมพัดพาให้ไปกระทบโสตประสาทของอีกฝ่าย ร่างเล็กอรชรค่อยๆ หันหน้ามาทางผู้มาเยือนอย่างแช่มช้าราวกับล่วงรู้ถึงการมาของอีกฝ่ายอยู่แล้ว ก่อนจะแย้มยิ้มให้ด้วยใบหน้าอันงดงามดั่งดอกไม้บานสะพรั่ง
 
 
...เธออยู่ที่นี่จริงๆ...
 
 
           "เธอกำลังจะบอกฉันว่า...ฉันคือรักแรกของเธออย่างนั้นเหรอ?** เทวทูตไลแลคซ์..." เสียงใสกังวาลเอ่ยหยอกเย้าเจื้อยแจ้ว หากแต่พอเห็นอีกฝ่ายยังคงมีสีหน้าเรียบเฉย รอยยิ้มสดสวยก็เจือจางลง รอจนไลแลคซ์เดินเข้ามาใกล้จนระยะห่างระหว่างเธอกับเขาห่างกันเพียงแค่สามก้าว
              "ให้ฉันรอเสียนานนะเทวทูตผู้โง่เขลา" เธอมองรูปหน้าของเทวทูตหนุ่มแล้วค่อยๆ ไล่ลงมาหยุดที่ลำคอ นิ้วอันขาวนวลชี้มาที่ปลอกคอสีดำสนิท "สิ่งนั้น...คงทำให้เธอเชื่องไม่น้อย..."
          ถึงคำพูดนั้นจะทำให้รู้สึกขัดใจ แต่ไลแลคซ์ได้บอกกับตนเองก่อนหน้าที่จะมาที่นี่แล้วว่าเขาจะไม่ต่อกรกับเธอทั้งคำพูด การกระทำ และความคิด...เพื่อไม่ให้ตกหลุมพลางไหวพริบอันแสนชาญฉลาด และเป็นการป้องกันความสามารถในการอ่านใจผู้อื่นของเธอ
              "เธอคือผู้ที่ได้รับมอบหมายให้มาฆ่าฉันใช่มั้ย?"
              "........................."
              เมื่อแน่ใจว่าทำอย่างไรก็คงไม่ได้รับคำตอบจากอีกฝ่ายเป็นแน่แท้แล้ว เทพีไอริสจึงทอดถอนใจอย่างแผ่วเบา
              "............เธอคิดว่าการนิ่งเงียบของเธอมันช่วยอะไรได้อย่างนั้นเหรอ?"
              "........................."
          "เธอน่ะ...เชื่อมั่นอยู่กับความคิดของตนเองเท่านั้นสินะ แล้วเคยคิดบ้างไหมว่าสักวันหนึ่ง...สิ่งที่เธอคิด สิ่งที่เธอเห็น สิ่งที่เธอคอย  ตีกรอบ และสิ่งที่เธอเชื่อมั่นมาตลอดมันจะล้มครืนลงมาทับตัวเธอเอง...อย่างเช่น..." เทพีสาวเคาะนิ้วเบาๆ ที่ลำคอระหงส์ของเธอเองจนไลแลคซ์เผลอก้มลงมองปลอกคอสีดำสนิทซึ่งโอบพันรอบลำคอของตน
          "ใช่...สิ่งนั้นมันทำตารางชีวิตในแต่ละวันของเธอพังไม่เป็นท่าเลยใช่ไหมล่ะ? เทวทูตจอมวางแผน..." รอยยิ้มแต่งแต้มบนริมฝีปากบางอีกครั้งเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเริ่มมีปฏิกิริยาตอบสนอง ก่อนที่ดวงตาเรียวรีจะจ้องมองไปยังผืนฟ้ากว้างด้วยความรู้สึกอันลุ่มลึกเกินกว่าใครจะล่วงรู้
              "เอลิเชี่ยนไม่มั่นคงอีกต่อไปแล้ว น่าเวทนา..."
 
 
...ไร้สาระ...
 
 
               "ไร้สาระอย่างนั้นเหรอ?" ดวงตาคู่คมแทบจะตวัดมองมาที่ไลแลคซ์ในทันที
             "ในตอนนี้เธออาจคิดเช่นนั้น แต่จากนี้ไป เธอจงรอดูต่อไปเถอะ..." เทพีไอริสทิ้งท้ายไว้แค่นั้นก่อนจะละสายตาจากเทวทูตหนุ่มอีกครั้ง เธอหันหลังให้เหมือนเมื่อยามแรกที่ไลแลคซ์เพิ่งเดินเข้ามา...ราวกับจงใจ
               "เทวทูตไลแลคซ์...เธอลองดูดอกไม้พวกนี้สิ มันต่างก็มีรูปร่างหน้าตาที่เหมือนกันหมดเลยใช่มั้ย?"
               "........................."
               "ที่มันเหมือนกันก็เพราะมีผู้มาคอยบังคับจัดเรียงพวกมันไว้ด้วยกัน แต่หากมีดอกใดแปลกแยกหรือเป็นโรค...ดอกไม้ผู้โชคร้ายดอกนั้นก็จะถูกกำจัด" แม้จะรู้ดีว่าคงไม่ได้ยินคำตอบหรือแม้แต่เพียงความคิดเห็นของอีกฝ่าย แต่เทพีไอริสก็ยังคงพูดต่อไป...ถ่ายทอดข้อความที่เธออยากบอกเพื่อให้สมกับนามของเธอ
               สิ้นสุดประโยคนั้น...เทพีสาวผู้งดงามก็เงียบไปพักหนึ่ง...ก่อนที่เสียงใสอันบางเบาราวกับกระดิ่งเล่นลมจะดังขึ้นอีกครั้ง
               "เอาล่ะ...ตอนนี้ฉันคิดว่ามันคงถึงเวลาแล้ว...ฉันก็เพียงแค่...ปรารถนาที่จะเบ่งบานขึ้นในผืนแผ่นดินแห่งใหม่...อึ้ก!!" เสียงหวานเสนาะหูดั่งท่วงทำนองเพลงสะดุดลงเพียงแค่นั้น เนื่องด้วยความเจ็บปวดที่แผ่ขยายไปทั่วร่าง ใบหน้างดงามก้มลงมองสาเหตุทั้งหมดทั้งมวลของความรู้สึกนั้น...ปลายดาบสีเงินยาวแทงจากด้านหลัง ทะลุกลางอกของเธออย่างพอดิบพอดี...
 
 
ไม่มีการหลบหนี...และไม่มีการใช้ไหวพริบและเล่ห์กลดังเช่นทุกครั้งที่ผ่านมา
 
 
            "..........อึ้ก!!" ลมหายใจของเทพีไอริสกระตุกอย่างแรงอีกครั้งเมื่อเทวทูตหนุ่มชักคมดาบออกจากร่างเธอ หลังจากนั้นเพียงชั่วไม่กี่วินาที...สัมผัสนุ่มนวลแผ่วเบาและกลิ่นหอมอ่อนๆ อันแสนคุ้นเคยที่มาจากข้อมือด้านขวาก็สะกิดให้เทพีผู้งดงามหันไปมอง
                ".........เธอ"
                "ช่วยกรุณารับไว้ด้วย..."
                ใบหน้าเจ็บปวดระคนสงสัยมองสิ่งที่คล้องอยู่กับข้อมือของตน...ความรู้สึกสงบเยือกเย็นเริ่มแทรกซึมเข้ามาแทนที่ ริมฝีปากบางที่บัดนี้ไร้สีเลือดฝาดแต่งแต้มแย้มยิ้มบางเบา
                "ดอกไอริส...เหรอ?...เอาเวลา...ไล่ตาม.....ฉัน.......เพื่อมา..อึก.....ทำของแบบนี้ให้"
                "ขอโทษด้วยที่ไม่ใช่ดอกลิลลี่*** ไม่ว่ายังไง...ผมก็คิดว่าคุณเหมาะกับดอกไม้ชนิดนี้มากที่สุด"
                หลังจากได้ฟังถ้อยคำนั้น...ดวงตาเลื่อนลอยของร่างที่ใกล้สิ้นลมหายใจก็มองมายังกำไรดอกไอริสที่ข้อมือขวาของตนเองอีกครั้งก่อนจะเหยียดยิ้มออกมา
                "อุตส่าห์พยายาม........ขนาดนี้...ฮึก......แล้วแท้ๆ...เธอก็ยัง.........จะให้สวรรค์....อึก.......ติดตามฉันไป......ทุกที่อีก...****"
                "ไม่ใช่สวรรค์...แต่เป็นความงามของดอกไอริสต่างหาก..." 
                "........พูดอะไรแบบนี้.....ก็เป็นด้วยเหรอ.....เธอน่ะ" รอยยิ้มขบขันปรากฏขึ้นเพียงเสี้ยววินาทีบนสีหน้าเจ็บปวด...มือซ้ายค่อยๆ ใช้เรี่ยวแรงเฮือกสุดท้ายยกพาดผ่านร่างกายบอบบางมากุมกำไรดอกไอริสเอาไว้
                "นี่......เทวทูต...ไลแลคซ์..."
                ".......ครับ?"
                "ต่อไปฉัน......อึก...จะเป็น......สายรุ้ง...หรือดอกไม้ดีล่ะ?*****"
                ".......ตามแต่ที่คุณต้องการ ผมมีหน้าที่เพียงแค่มาส่งคุณถึงตรงนี้เท่านั้น"
                "Σαςευχαριστώ" เทพีไอริสเอื้อนเอ่ยถ้อยคำสุดท้ายอย่างแผ่วเบาก่อนที่ดวงตาคู่งามซึ่งไหวระริกจะปิดสนิท...ร่างบอบบางเริ่มสลายกลายเป็นผุยผง แม้จะไร้ซึ่งลมหายใจ แต่ใบหน้าซึ่งแต่งแต้มด้วยรอยยิ้มอ่อนละมุนนั้นยังคงงดงามไม่เคยเปลี่ยน
 
                ...เขาว่ากันว่า ดอกไอริสนั้นเป็นดอกไม้อายุสั้น หากปลิดดอกออกมาจากต้นแล้วก็จะแห้งเหี่ยวตายภายในไม่กี่วัน แต่ความงดงามนั้นจะยังสวยตราตรึงใจตลอดไปไม่รู้ลืม...
 
 
...ก็คงเหมือนคุณนั่นแหละเทพีไอริส...
 
 
               ผมเฝ้ามองจนร่างของเทพีไอริสสลายเป็นละอองธาตุแล้วโบกปลิวไปตามสายลมยามเย็นจนหมด ...ความเงียบงันว่างเปล่าเข้าปกคลุมรอบตัวผมราวกับเหตุการณ์เมื่อครู่เป็นเพียงภาพฝัน เหมือนมีเพียงแค่ผมคนเดียวเท่านั้นที่อยู่ในสวนดอกไม้แห่งนี้มาแต่แรก ผมกวาดตามองหมู่มวลดอกไม้อีกครั้งก่อนจะเดินออกจากที่นั่นไป...
 
 
...ไม่ว่าจะเป็นดอกไม้ สายรุ้ง หรือเป็นเพียงแค่หญิงสาวธรรมดาคนนึง...
...ผมก็ขอให้คุณได้เป็นไปตามที่ใจคุณปรารถนา...
แล้วสักวัน...เราคงได้พบกัน
 
...ณ ที่แห่งใดสักแห่งหนึ่ง...
 
 
Chapter02...End...
 
 
+++++++++++++++++++++++++++
 
 
                Note. ในบทนี้เราวางโครงเรื่องให้เทพีไอริสกับไลแลคซ์คุยกันด้วยภาษาดอกไม้ค่ะ เพราะชื่อของทั้งคู่เป็นชื่อดอกไม้เหมือนกัน เลยอาจมีบางช่วงบางตอนที่อ่านแล้วไม่เข้าใจ เราเลยจะอธิบายเพิ่มเติมนะ ^ ^
 
* ดอกไอริส มีความหมายว่า ฉันมีข้อความที่ต้องการบอกเธอ
** ดอกไลแลคซ์ มีความหมายว่า ความรักครั้งแรกที่หวานฉ่ำ (มันก็เลยเป็นที่มาว่าพอไลแลคซ์เรียกชื่อไอริสในใจ ไอริสก็แกล้งตีความไปว่าไลแลคซ์มีอะไรจะบอกรึเปล่าน้า~ ก็เลยเล่นมุขโดยการตอบเป็นความหมายของชื่อไลแลคซ์กลับไปนั่นเอง...สรุปง่ายๆก็คือ มันคือ 'มุขล้อชื่อ' กันนี่ล่ะ)
*** ดอกลิลลี่เป็นดอกไม้ที่นิยมให้ผู้ตายในพิธีศพของศาสนาคริสต์ค่ะ...ข้อนี้หลายคนคงรู้แล้วเนอะ ^ ^ ที่จริงดอกไอริสก็ให้ผู้ตายได้นะ...แต่มักจะถูกปลูกไว้ที่หลุมศพของผู้ตายที่เป็นผู้หญิงค่ะ
**** ดอกไอริสเป็นดอกไม้ที่ได้ชื่อมาจากเทพไอริสในตำนานกรีก ที่เป็นผู้ส่งสารจากสวรรค์มายังโลกมนุษย์ ดังนั้น ดอกไอริสจึงหมายถึง "ดวงตาแห่งสวรรค์" ความหมายคือ การที่ถือดอกไอริสก็เหมือนกับว่าเราได้นำสวรรค์ติดตัวเราไปทุกที่นั่นเอง
***** ไอริสนอกจากเป็นชื่อดอกไม้แล้วยังแปลว่า สายรุ้ง ในภาษากรีกอีกด้วยจ้า
 
ข้อมูล  :  จิ้มเลย จ้ะ
 
ขอจบการบรรยายแต่เพียงเท่านี้... ((ไม่ใช่มาสอน นร.เลคเชอร์นะเฮ้ย!!))
 
 
เจอกันบทต่อไปเมื่อถึงวันเดตไลน์ของเราค่ะ ( TTwTT'')
 
ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ *ยิ้ม*
 
 
ps01. เนื่องจากว่าตอนนี้ยาวมากก็เลยไม่มีรูปประกอบนะจ๊ะ (แค่ปั่นฟิคก็จะไม่ทันแล้วจ้า~ TTwTT )
ps02. ที่สำคัญ...ถ้าใครอ่านได้จนจบนี่ยกนิ้วให้เลย คารวะรัวๆ แถมด้วย m( _  _ )m